สำนักงานตำรวจกรุงเบอร์ลินเปิดเผยเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ว่ากำลังสืบสวนสอบสวนกรณีบุคลากรการทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงเบอร์ลินจำนวนหนึ่ง มีอาการของภาวะ “ฮาวานา ซินโดรม” ตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยปฏิเสธให้ข้อมูลเพิ่มเติม ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเบอร์ลินยังคงสงวนท่าที

อย่างไรก็ดี ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 1 เดือน หลังนายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง ( ซีไอเอ ) สั่งย้ายหัวหน้าสถานีซีไอเอประจำกรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตอบสนองต่อภาวะฮาวานา ซินโดรม ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยนักการทูตสหรัฐในออสเตรียมากกว่า 20 คน มีการผิดปกติทางร่างกายในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่คือปวดศีรษะ วิงเวียนและคลื่นไส้ หลายคนบอกว่า “ได้ยินเสียงดังสนั่น” ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนศีรษะได้รับแรงกระแทกอย่างหนัก แต่แหล่งกำเนิดเสียงยังไม่ทราบแน่ชัด

สถานการณ์ดังกล่าวมีความใกล้เคียงมาก กับกรณีซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2559-2560 ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงฮาวานา ส่งผลให้รัฐบาลวอชิงตันต้องอพยพเจ้าหน้าที่การทูตบางส่วนออกจากคิวบา และรายงานบางกระแสอ้างด้วยว่า ซีไอเอถึงขั้นต้องปิดสถานีในกรุงฮาวานาอย่างไม่มีกำหนด และกล่าวหาคิวบาเจตนาเล่นงานบุคลากรขอสหรัฐ ด้วยการโจมตีโดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง ด้านรัฐบาลฮาวานายืนกรานปฏิเสธ