วิธีการตรวจดีเอ็นเอแบบใหม่ช่วยให้ทีมยืนยันได้ว่า เออร์นี่ ลาพอยต์ ชายชราวัย 73 ปีจากรัฐเซาท์ดาโกตา คือเหลนตัวจริงของ “ซิตติ้ง บูลล์” ผู้นำชาวอินเดียนแดงที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 19 โดยอาศัยชิ้นส่วนดีเอ็นเอจากเส้นผมของซิตติ้ง บูลล์ ซึ่งเคยเก็บไว้ที่สถาบันสมิธโซเนียน ก่อนจะส่งคืนให้ครอบครัวของลาพอยต์ ซึ่งเป็นทายาท

ลาพอยต์และน้องสาวทั้งสามคนของเขา ต้องเผชิญหน้าต่อข้อกังขาของคนภายนอกมาตลอดชีวิตว่าพวกเขาเป็นทายาทตัวจริงของผู้นำชาวอินเดียนแดงที่โด่งดังในประวัติศาสตร์หรือไม่ พวกเขาต้องรอคอยถึง 14 ปี กว่าจะมีวิธีการหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันได้ว่าครอบครัวของเขาคือผู้สืบสายเลือดที่แท้จริง

กรณีของลาพอยต์ นับเป็นครั้งแรกของการศึกษาเรื่องการนำดีเอ็นเอจากคนที่ตายไปนานแล้ว มาใช้พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างคนที่ยังมีชีวิตอยู่กับบุคคลในประวัติศาสตร์ วิธีการแบบใหม่นี้พัฒนาขึ้นที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ที่นำโดย เอสเกอ วิลเลอร์สเลฟ นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมและผู้อำนวยการสถาบันลุนด์เบคฟาวเดชัน จีโอจีเนติกส์ เซ็นเตอร์

วิลเลอร์สเลฟเจอข่าวเรื่องสถาบันสมิธโซเนียนส่งปอยผมของซิตติ้ง บูลล์ คืนให้ทายาทในปี 2550 จึงติดต่อไปหาลาพอยต์ ฝ่ายหลังขอให้เขาสกัดดีเอ็นเอจากเส้นผมและนำมาเทียบกับดีเอ็นเอของเขา เพื่อสืบหาความสัมพันธ์ทางสายเลือด

เทคนิคใหม่ในการตรวจดีเอ็นเอ จะเน้นไปที่การตรวจดีเอ็นเอออโตโซม (Autosomal DNA) ต่างจากวิธีการแบบเดิมที่เป็นการวิเคราะห์ดีเอ็นเอในโครโมโซมวาย ซึ่งส่งผ่านมาจากบรรพบุรุษเพศชาย หรือดีเอ็นเอในองค์ประกอบของเซลล์ที่เรียกว่าไมโทคอนเดรีย (Mitocondria) ซึ่งส่งผ่านมาจากแม่สู่ลูก ดังนั้น เจ้าของดีเอ็นเอที่จะนำมาตรวจและเทียบกัน ต้องเป็นเพศเดียวกันทั้งคู่

ส่วนดีเอ็นเอออโตโซมนั้นจะไม่เกี่ยวกับการระบุเพศ มนุษย์จะได้รับออโตโซมดีเอ็นเอจากพ่อแม่มาอย่างละครึ่ง ซึ่งแปลว่าจะสามารถตรวจดีเอ็นเอย้อนตระกูลขึ้นไปได้โดยไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะตรวจจากฝั่งพ่อหรือฝั่งแม่ และไม่จำเป็นต้องใช้ปริมาณดีเอ็นเอเป็นจำนวนมาก กรณีของลาพอยต์จำเป็นต้องใช้วิธีนี้เพราะเขาอ้างว่าสืบสายเลือดของซิตติ้ง บูลล์ มาจากญาติฝั่งแม่ มีหลักฐานยืนยันเป็นเพียงใบสูติบัตรและการเทียบเคียงจากบันทึกประวัติศาสตร์เท่านั้น

ซิตติ้ง บูลล์ หรือชื่อในภาษาเผ่าลาโกตาของเขาคือ ตาตังกา-อิโยตังกา เป็นผู้รวบรวมชาวอินเดียนแดงเผ่าซู เพื่อต่อต้าน “คนขาว” ที่เข้ามายึดดินแดนและกองทหารที่พยายามขับไล่ชาวอินเดียนแดงออกจากพื้นที่ของตนเอง เขานำนักรบชาวอินเดียนแดงต่อสู้กับกองทหารม้าอเมริกันหลายครั้ง ชัยชนะครั้งใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือการศึกที่ลิตเติลบิ๊กฮอร์น เมื่อปี 2419 เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิตระหว่างการจับกุมในปี 2433